Create your Wordpress Blog with 500+ Plugins and 500+ Themes at freeblog.biz

ประวัติของ เวย์น รูนีย์

เวย์น รูนีย์เริ่มเล่นฟุตบอลให้กับเอฟเวอร์ตันตั้งแต่ปี 2001 ในทีมเยาวชนโดยรูนี่ย์มีบ้านเกิดอยู่ในย่านคร็อกซ์เทธของเมืองลิเวอร์พูลโดยตอนแรกเขามีความปรารถนาจะเล่นให้เอฟเวอร์ตันมากจึงมีภาพที่ประทับใจผู้คนคือการสวมเสื้อยืดที่พิมพ์ลายสกรีนว่า “Once a blue, Always a blue”และได้รับแรงบันดาลใจในการฝากตัวเป็นสาวกท๊อฟฟี่เม็นจากครอบครัวและยังคงมีใจให้กับเอฟเวอร์ตันเสมอโดยใส่เสื้อหมายเลข 18 ซึ่งนัดที่แจ้งเกิดของเขาคือนัดที่ยิงประตูช่วยให้เอฟเวอร์ตันต้นสังกัดของเขาเอาชนะอาร์เซนอล เมื่อปี 2002 หลังจากนั้นรูนีย์ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอจากเดิมที่เป็นนักเตะฝึกหัดของสโมสร ได้รับค่าจ้างเพียง 10 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 5,000 บาท) ก็ได้รับค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นเป็น 10000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 500,000 บาท) ฟอร์มการเล่นของเขาได้พัฒนาขึ้นทำให้มีหลาย ๆ สโมสรต้องการเขาไปร่วมทีมจนกระทั่งปี 2004 เวย์น รูนีย์ ได้กลายเป็นนักเตะวัยรุ่นที่มีค่าตัวแพงที่สุดในโลกหลังจากที่เซ็นสัญญาย้ายจาก เอฟเวอร์ตัน มาอยู่กับ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยต้นสังกัดใหม่จ่ายค่าตัวสูงถึงด้วยค่าตัว 25.6 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 1,300 ล้านบาท รูนีย์ประเดิมสนามด้วยเสื้อหมายเลข 8 แทนที่ นิกกี้ บัตต์ ที่ย้ายออกจากทีมไปร่วมทีม นิวคาสเซิลยูไนเต็ด และได้รับค่าเหนื่อยสูงถึง 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ นอกจากนี้ยังเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษ โดยสวมเสื้อหมายเลข 10 แทนที่ รืด ฟัน นิสเติลโรย ที่ย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด เมื่อปี 2006

เวย์น รูนีย์ประสบความสำเร็จกับสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดอย่างต่อเนื่อง และมีหลายสโมสรต้องการซื้อเขาไปร่วมทีม อาทิ เรอัลมาดริด โดยในปี 2010 รูนีย์ไม่ต่อสัญญากับสโมสรและมีแนวโน้มรวมไปถึงมีข่าวว่าว่าจะย้ายทีม แต่เรื่องนี้ได้จบลงเมื่อรูนีย์ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่โดยไม่เปิดเผยค่าเหนื่อยที่ได้รับ ซึ่งประมาณการณ์ว่าน่าจะสูงถึง 250,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เลยทีเดียว และปัจจุบันรูนีย์เป็นดาวยิงตลอดกาลของสโมสรอันดับ 3 โดยยิงประตูได้ 221 ประตู (สถิติเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2557)

ปัจจุบันไม่ประสบความสำเร็จกับทีมจนมีข่าวย้ายทีมไปร่วมทีมอื่น แต่ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2014 ได้ตกลงต่อสัญญากับทีมออกไปอีก 4 ปี จนถึงปี 2019 รับค่าเหนื่อย 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ และได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับหน้าที่กัปตันทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดคนต่อไปในฤดูกาล 2014-2015 ต่อจากเนมันยา วิดิช ที่ประกาศว่าจะไม่ต่อสัญญากับทีมทีจะหมดหมดอนาคตหลังจบฤดูกาล 2013-2014 ในฤดูกาล 2014-2015 หลังจากเนมันยา วิดิช ได้ย้ายไปอินเตอร์มิลาน

รูนีย์ได้รับแต่งตั้งจากลูวี ฟัน คาล ผู้จัดการทีมให้เป็นกัปตันทีมคนใหม่[4]

ฤดูกาล 2014-15 เวย์น รูนี่ย์ ยิงได้ 14 ประตูรวมทุกรายการ คว้าดาวซัลโวของสโมสร ประจำฤดูกาล 2014-15 ไป และยังเป็นดาวซัลที่ยิงน้อยที่สุดในรอบ 52 ปี

 

ในฤดูกาล 2015-16 รูนี่ย์ ยิงได้ 15 ประตูในทุกรายการ เป็นรองดาวซัลโวของสโมสรในฤดูกาลนั้น แต่ในฤดูกาลนี้รูนี่ย์ ยิงประตูให้ทีมชาติ อังกฤษ เพิ่มเป็น 53 ประตู ทำให้กลายเป็นดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของอังกฤษ และลงสนามไป 115 นัดเทียบเท่าเดวิด เบ็คแฮม ยิงประตูที่ 245 ให้แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นรองดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีม และพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 12 และสมัยแรกในชีวิตของรูนี่ย์มาครองได้สำเร็จ

ในยูโร 2016 รอบสุดท้าย รูนี่ย์ มีชื่อติดทีมชาติ และได้ลงสนามไป 4 นัด ยิงได้ 1 ประตู โดยเขาลงเล่นเป็นกองกลาง จนได้รับเสียงวิจารณ์ในด้านลบมากๆ จนสุดท้ายอังกฤษ ตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยแพ้ไอซ์แลนด์ ไป 1-2 โดยภายหลังการเข้ามาของ โจเซ่ มูรินโญ่ คาดว่ารูนี่ย์ จะได้กลับไปเล่นเป็นกองหน้าอีกครั้ง

ฤดูกาล 2016-17 รูนี่ย์ เป็นตัวหลักและตัวสำรองในทีมของมูรินโญ่ และเขาได้ทำลายสถิติของ เซอร์บ็อบบี ชาลส์ตัน ที่ยิงไว้ 249 ประตู ให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้แล้ว โดยเขาสามารถยิงประตูได้รวมทั้งสิ้น 253 ประตู


7 ข้อหลักที่ควรรู้ก่อนออกกำลังกาย

ใครที่น่าจะเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์และมีความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่น ออกกำลังกายที่ร่างกายไม่แข็งแรง

1. การสำรวจร่างกายกันสักนิดเช็กดูว่าร่างกายของคุณเป็นแบบไหนมีปัญหาในส่วนที่ใช้หรือไม่ก็ได้ข้อเสนอแนะ อาการบาดเจ็บรุนแรงขึ้น

2. ยืดเส้นยืดกล้ามเนื้อยืดกล้ามเนื้อเป็นเรื่องที่ควรจะต้องออกกำลังกายก่อนออกกำลังกายทุกช่วงเวลาการใช้เวลาในการปรับกล้ามเนื้อประมาณ 15-30 นาทีและการออกกำลังกาย หัวใจจะทำงานหนักเกินไปกับการทำท่ากายบริหารแบบช้าๆไปเรื่อย ๆ

3 กินอาหารก่อนออกกำลังกายมีความรู้สึกว่าออกกำลังกายในขณะท้องว่างจะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานได้ดีกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ ในความเป็นจริงแล้วไม่จำเป็นต้องเป็นเพราะร่างกายที่มีพลังงานไฟฟ้าจะเอาก้อนคาร์โบไฮเดรตและ ออกวางตลาดมากขึ้นแม้จะมีปัญหาเกิดขึ้นที่ร่างกายต้องการอาหารที่มากขึ้น ผลที่ได้คือการออกกำลังกายในยามท้องเสียการออกกำลังกายในยามท้องเสียการออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญยิ่งขึ้น จับคู่กับไข่ต้มเป็นต้น

4. การปล่อยน้ำให้ร่างกายมีส่วนเกินกว่า 75% การดื่มน้ำจะช่วยรักษาสภาพของเหลวในร่างกายที่เป็นของเหลวให้เป็นปกติหรือไม่ ช่วยให้ระดับความอิ่มตัวของเชื้อโรคในเลือดสูงขึ้น

5. พักผ่อนสบายใจกับช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าหรือนอนพักฟื้นในช่วงเวลาที่ร่างกายไม่สบายใจ

6. เลือกชุดกับรองเท้าที่ให้ความรู้สึกสบาย ๆ คล่องตัวมีความสามารถในการระบายความร้อนได้ดีกว่าที่กำหนดไว้ แต่ต้องมีพื้นที่มากพอสมควร

7. ติดตามอัตราการเต้นของหัวใจในการออกกำลังกายที่จำเป็นสำหรับเด็กที่มีอาการปวดเมื่อยตามเวลาที่กำหนด คุณออกกำลังกายได้หรือไม่?

วิธีการนี้จะช่วยให้คุณได้ออกกำลังกายกับร่างกายและสุขภาพของคุณไม่ทำให้ลูกน้อยหมดแรง

ค้นหาสิ่งดีๆต่อเสริมสร้างเสริมที่   https://mamacup02.hatenablog.com/


Hello world!

Welcome to freeblog.biz. This is your first post. Edit or delete it, then start blogging!